สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
The Loa People's Democratic Republic
   กรุณาเลือกหัวข้อย่อย เพื่อแสดงเนื้อหาในแต่ละเรื่อง มี 6 หัวข้อ ที่แถบเมนูนี้    
วัฒนธรรม
     ชาวลาวส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ซึ่งเป็นศาสนา ประจำชาติ (ร้อยละ 60 ของชาวลาวทั้งหมด) ควบคู่ไปกับลัทธินับถือ ผีบรรพบุรุษของชนชาติส่วนน้อยในแถบภูเขาสูง ส่วนชาวลาวที่นับถือศาสนา คริสต์และศาสนาอิสลามมีจำนวนที่ค่อนข้างน้อยมาก โดยศาสนาคริสต์ส่วน มากจะมีผู้นับถือเป็นกลุ่มชาวเวียดนามอพยพและชาวลาวเชื้อสายเวียดนาม ส่วนศาสนาอิสลามพบว่ามีการนับถือในหมู่ชนชาติส่วนน้อย โดยเป็นกลุ่มจีนฮ่อ ที่อาศัยตามชายแดนด้านติดกับประเทศพม่า และมีชุมชนมุสลิมที่มีเชื้อสาย เอเชียใต้ และจาม ในเวียงจันทน์

     ด้านวัฒนธรรม มีความคล้ายคลึงกับคนภาคอีสานของไทยเป็นอย่างมาก ยังมีคำกล่าว ที่ว่า “มีลาวอยู่แห่งใด มีมัดหมี่แลลายจกอยู่ที่นั้น” ลาวมีประเพณีทาง พระพุทธศาสนาและอื่นๆ เช่น วันมาฆบูชา วันสงกรานต์ วันออกพรรษา บุญเข้าประดับดิน บุญเข้าฉลาก บุญส่วงเฮือ (แข่งเรือ) บุญธาตุหลวง เวียงจันทน์ ในเดือน 12 เป็นต้น พุทธศาสนาแบบเถรวาท นับเป็นแบบแผนหลักของวัฒนธรรมลาว ซึ่งปรากฏให้เห็นทั่วประเทศ ทั้งในด้านภาษา และศิลปะ วรรณคดี ศิลปะการแสดง ฯลฯ

     สำหรับดนตรีลาวนั้นมี "แคน" ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประจำชาติ วงดนตรีของลาวก็คือ วงหมอลำ มีหมอลำ และหมอแคน ท่วงทำนองของการขับลำจะแตกต่างกันไป ตามท้องถิ่น และมีรำ วงบัดสลบ (Paslop Dance) ซึ่งเป็นการเต้น ท่าตามจังหวะเพลง โดยจะเต้นพร้อม กันไปอย่างเป็นระเบียบ ถือเป็นการร่วมสนุกกันของชาวลาวใน งานมงคลต่างๆ

การตักบาตรข้าวเหนียว :
     ถือเป็นจุดเด่นของเมืองหลวงพระบาง ซึ่งโดยปกติแล้วนิยมใส่บาตรด้วยข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อถึงเวลาฉัน ชาวบ้านจะยกสำรับกับข้าวไปถวายที่วัด เรียกว่า "ถวายจังหัน" โดยเวลาใส่บาตร จะนั่งคุกเข่าและผู้หญิงต้องนุ่งซิ่น ส่วนผู้ชายนุ่งกางเกงขายาว และมีผ้าพาดไหล่ไว้สำหรับเป็นผ้ากราบ พระเหมือนกัน

ชุดประจำชาติ
     หญิง : นุ่งผ้าซิ่นทอลาย ใส่เสื้อแขนยาว ทรงกระบอก และมีสไบเฉียงพาดไหล่
     ชาย : นุ่งโจงกระเบน และสวมเสื้อชั้นนอก กระดุมเจ็ดเม็ด
อาหารประจำชาติ
     ซุปไก่ (Chicken Soup) : เป็นอาหารยอดนิยม มีส่วนผสมสำคัญได้แก่ ตะไคร้ ใบสะระหน่ กระเทียม หอมแดง รวมถึงรสชาตเปรี้ยวๆ เผ็ดๆ จากมะนาวและพริก รับประทานร้อนๆ กับข้าวเหนียว
ดอกไม้ประจำชาติ : ดอกจำปาลาว (Champa) หรือดอกลีลาวดี
ภูมิประเทศ
     มีพื้นที่ประมาณ 236,800 ตารางกิโลเมตร (คิดเป็น 50% ของพื้นที่ประเทศไทย) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล มีแนวชายแดนล้อมรอบด้วยประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ คือ จีน เวียดนาม ไทย กัมพูชา และพม่า
     ทิศเหนือ ติดกับประเทศจีน (505 กิโลเมตร)
     ทิศใต้ ติดกับกัมพูชา (435 กิโลเมตร)
     ทิศตะวันออก ติดกับเวียดนาม (2,069 กิโลเมตร)
     ทิศตะวันตก ติดกับไทย (1,810 กิโลเมตร)
     ทิศตะวันตกเฉียงหนือ ติดกับพม่า (236 กิโลเมตร)
     ความยาวพื้นที่ประเทศลาว ตั้งแต่เหนือจรด ใต้ยาวประมาณ 1,700 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดกว้าง 500 กิโลเมตร และที่แคบที่สุด 140 กิโลเมตร ภูมิประเทศของลาวอาจแบบได้เป็น 3 เขต คือ
     1. เขตภูเขาสูง เป็นพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 1,500 เมตรขึ้นไป พื้นที่นี้อยู่ในเขตภาคเหนือของประเทศ
     2. เขตที่ราบสูง คือพื้นที่ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,000 เมตร ปรากฏตั้งแต่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงเมืองพวนไปจนถึงชายแดน กัมพูชา เขตที่ราบสูงนี้มีที่ราบสูงขนาดใหญ่อยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ที่ราบสูงเมืองพวน (แขวงเชียงขวาง), ที่ราบสูงนากาย (แขวงคำม่วน) และที่ราบสูงบริเวณ (ภาคใต้)
     3. เขตที่ราบลุ่ม เป็นเขตที่ราบตามแนวฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำต่างๆ เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในเขตพื้นที่ทั้ง 3 เขต นับเป็นพื้นที่อู่ข้าว อู่น้ำที่สำคัญของประเทศ แนวที่ราบลุ่มเหล่านี้เริ่มปรากฏตั้งแต่บริเวณตอนใต้ ของแม่น้ำงึม เรียกว่า ที่ราบลุ่มเวียงจันทน์ ผ่านที่ราบลุ่มสะหวันนะเขต ซึ่งอยู่ ตอนใต้เซบั้งไฟและเซบั้งเหียงและที่ราบจำปาสัก ทางภาคใต้ของลาว ซึ่ง ปรากฏตามแนวแม่น้ำโขงเรื่อยไปจนจดชายแดนประเทศกัมพูชา
     ภูมิประเทศส่วนใหญ่ (พื้นที่ของเขตภูเขาสูงและเขตที่ราบสูง) รวมแล้วร้อยละ 90 เป็นภูเขาและที่ราบสูง ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ภูเบี้ย อยู่ในแขวงเชียงขวาง มีความสูง 2,820 เมตร ลาวมีพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกเพียง 50,000 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 21.1% ของพื้นที่ทั้งหมด

สภาพภูมิอากาศ
     ลาวมีสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อน มีฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน สภาพอากาศคล้ายกับภาคเหนือและภาคอีสานของไทย
     ถึงแม้ลาวจะอยู่ในภูมิอากาศเขตร้อน มีลมมรสุม แต่ก็ไม่มีลมพายุ สำหรับ เขตภูเขาภาคเหนือและเขตเทือกเขา อากาศมีลักษณะกึ่งร้อนกึ่งหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยที่นครหลวงเวียงจันทน์ 25 องศาเซลเซียส (ม.ค.) และ 36-37 องศาเซลเซียส (เม.ย.) และความแตกต่างของ อุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนมีประมาณ 10 องศาเซลเซียส
     ปริมาณน้ำฝนในฤดูฝน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม) มีร้อยละ 75 - 90 ส่วนในฤดูแล้ง (ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเมษายน) ปริมาณน้ำฝนมีเพียง ร้อยละ 10 - 25 ปริมาณฝนเฉลี่ย 171.5 เซนติเมตรต่อปี      
เศรษฐกิจ
     ลาวดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 และเริ่ม ปฏิรูประบบเศรษฐกิจเสรี เมื่อปี 2529 โดยการใช้ “นโยบายจินตนาการใหม่” (NEM : New Economic Mechanism) เน้นความสำคัญของระบบราคาที่ เป็นไปตามกลไกตลาด และการบริหารในเชิงธุรกิจมากขึ้น โดยมุ่งสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในลาวมากขึ้น

     ในปี 2554-2558 สปป.ลาว จะอยู่ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 และได้ตั้งเป้า ไว้ว่าจะนำพาประเทศออกมาจากบัญชีรายชื่อประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด (Least Developed Countries : LDCs) ให้ได้ภายในปี 2563

     จากข้อมูล ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ของ ลาว ตั้งแต่ปี 2545-2553 พบว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้มูลค่าการส่งออก-นำเข้าของ สินค้าต่างๆ ก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมทาง เศรษฐกิจของลาว ว่ากำลังมีการเจริญ เติบโตและพร้อมเปิดรับความเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้แล้วการที่มูลค่า การส่งออก-นำเข้าเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการจ้างงานและรายได้ของประชาชนภายในประเทศ เช่นเดียวกัน ซึ่งพบว่ากำลังซื้อของชาวลาว เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากในอดีต (ปี 2545 : 327 เหรียญสหรัฐ ต่อคน/ปี โดยเพิ่มขึ้น เป็น 986 เหรียญสหรัฐ ต่อคน/ปี ในปี 2553) แม้ว่ารายได้ดังกล่าว จะยังไม่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศ กำลังพัฒนาอื่นๆ แต่แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของ รายได้ต่อหัว ทำให้ชาวลาวเพิ่มอำนาจซื้อของ ตัวเองได้สูงขึ้น และย่อมส่งผลดีต่อการค้า

     ลาวมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผืนป่า และพื้นที่ทำการเกษตรขนาดใหญ่ รวมทั้งมีแร่ธาตุต่างๆ เช่น ดีบุก ยิปซัม ตะกั่ว เหล็ก ถ่านหิน อัญมณี และน้ำมัน ไปจนถึงเหมืองแร่ทองคำ นอกจากนั้นยังมีแหล่งน้ำที่ใช้สำหรับผลิต ไฟฟ้าส่งออกที่สร้างรายได้ให้ประเทศเป็นอย่างมาก

สินค้านำเข้าที่สำคัญ : รถจักรยานยนต์ และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอุปโภคบริโภค
สินค้าส่งออกที่สำคัญ : ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ สินแร่ เศษโลหะ ถ่านหิน เสื้อผ้าสำเร็จรูป
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ : ไทย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมัน
ตลาดส่งออกที่สำคัญ : ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์

สกุลเงิน : กีบ (KIP) ตัวย่อ LAK
อัตราแลกเปลี่ยน : 258 กีบ = 1 บาท
(ข้อมูล พฤษภาคม ปี 2556) : 7,662 กีบ = 1 ดอลลาร์สหรัฐ

จุดแข็ง
: มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย และอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะน้ำและแร่ชนิดต่างๆ
: การเมืองมีเสถียรภาพ
: ค่าจ้างแรงงานค่อนข้างต่ำ
(2.06 ดอลล่าร์สหรัฐต่อวัน หรือประมาณ วันละ 60 บาท)
จุดอ่อน
: ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
: พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง และภูเขา การคมนาคมไม่สะดวก ไม่มีทางออกทะเล

การปกครอง
ธงชาติ
ตราแผ่นดิน

     หลังจากที่ลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศมาเป็นระบอบสังคมนิยมตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2518 ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มากมาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม แต่ยังได้รับความช่วยเหลือจากเครือประเทศสังคมนิยมโดยเฉพาะสหภาพโซเวียต และเวียดนาม ทำให้ลาวได้ยึดถือทั้งสองประเทศเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศมาตลอด จนกระทั่งสหภาพโซเวียตเปลี่ยนมาใช้นโยบาย Perestroika และเวียดนามเปลี่ยนมาใช้นโยบาย Doi Moi มีผลให้ลาวต้องปรับนโยบายมาพึ่งตนเองมากขึ้น ด้วยการนำนโยบาย “จินตนาการใหม่” (New Economic Mechanism : NEM) มาใช้ ตั้งแต่ปี 2529 เป็นต้นมา โดยเน้นความสำคัญของระบบราคาที่เป็นไปตามกลไกตลาด และการบริหารในเชิงธุรกิจมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นระบอบการปกครองของสปป. ลาว ยังคงยึดระบอบ “สังคมนิยมประชาธิปไตย” เช่นเดิม

      ลาวมีการปกครองในระบบพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวคือ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว (Lao People’s Revolutionary Party : LPRP) และมีสภาเดียวคือ สภาแห่งชาติ ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติและตุลาการ ดูแลอนุมัติงบประมาณ การออกและแก้ไขกฎหมาย ตลอดจนพระราชบัญญัติต่างๆ รวมทั้งกำกับดูแลการทำงานของรัฐบาล มีประธานประเทศ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค LPRP เป็นผู้นำประเทศ มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและควบคุมการบริหารประเทศทั้งหมด และนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่หัวหน้าคณะรัฐบาล โดยทั้ง 3 ตำแหน่งมีวาระการดำรงตำแหน่งครั้งละ 5 ปี

     เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2549 ลาวได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ ชุดที่ 6 ภายหลังการประชุมสมัชชาพรรคประชาชนปฎิวัติลาวครั้งที่ 8 ทำให้ได้สมาชิกสภาแห่งชาติ จำนวน 115 ที่นั่งใน 17 เขตเลือกตั้ง (16 แขวงและนครหลวงเวียงจันทน์) ผลการเลือกตั้งปรากฎว่าเป็นสมาชิกพรรคประชาชนปฏิวัติลาว จำนวน 114 ที่นั่ง และผู้สมัครอิสระจำนวน 1 ที่นั่งซึ่งมิได้เป็นสมาชิกพรรคประชาชนปฎิวัติลาว (พรรคประชาชนปฏิวัติลาวได้คัดเลือกส่งผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งจำนวน 175 คน)โดยแบ่งเป็นชนเผ่าลาวลุ่ม 92 คน ลาวเทิง 17 คน และลาวสูง 6 คน ซึ่งการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะดำเนินการใน พ.ศ. 2554

การจัดตั้งและการบริหาร

     การบริหารของ สปป. ลาว เป็นระบบรวมศูนย์อำนาจ (centerization) มีกระทรวง คณะกรรมการ และสถาบัน รับอำนาจจากศูนย์กลางตามลำดับ โดยพื้นที่การปกครองแบ่งเขตออกเป็น 16 แขวง แต่ละแขวงมีเจ้าแขวงเป็นผู้ปกครอง และคณะกรรมการปกครองแขวงเป็น ผู้บริหารแขวง แต่ละแขวงประกอบไปด้วยเมืองต่างๆ เทียบได้กับอำเภอในประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าเมืองและการบริหารของคณะกรรมการปกครองเมือง ซึ่งเมืองต่างๆ ประกอบไปด้วยหมู่บ้านหลายหมู่บ้านรวมกัน โดยนายบ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) เป็นผู้บริหารของบ้าน สำหรับกำแพงนครที่จัดว่าเป็นเขตการปกครองพิเศษนั้น คณะกรรมการปกครองกำแพงนคร (เทียบได้กับเทศมนตรี) ทำหน้าที่บริหาร

การท่องเที่ยว
เมืองหลวงพระบาง (Luang Prabang)
     เมืองหลวงพระบางอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว และถูกขนาบไปด้วยแม่น้ำคานและแม่น้ำโขง เมืองนี้จัดว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล เพราะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามเก่าแก่ มีบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียน บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม จึงไม่น่าแปลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรกดโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก โดยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น วัดใหม่สุวันนะพูมาราม พระธาตุจอมพูสี น้ำตกตาดกวางสี และวัดวิชุน ฯลฯ

สี่พันดอน (Si Phan Don )
     สี่พันดอน แปลว่า สี่พันเกาะนั่นเอง เป็นหมู่เกาะที่อยู่บริเวณแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศลาว ก่อนที่จะไหลเข้าเขตประเทศกัมพูชา ชาวบ้านแถบนี้ประกอบอาชีพประมงเป็นส่วนใหญ่ และยังคงดำรงชีวิตแบบชาวชนบท มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เป็นเขตที่ค่อนข้างสงบทีเดียว จุดท่องเที่ยวหลัก ๆ มีอยู่ 3 แห่ง คือ ดอนคง ดอนคอน และดอนเด็ด สำหรับดอนคงเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบชิล ๆ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ชมความงามของธรรมชาติ สำหรับดอนคอนและดอนเด็ดเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาค่อนข้างมาก จึงมีที่พักเปิดให้บริการกับผู้คนที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมธรรมชาติที่นี่ ที่สำคัญราคาที่พักไม่แพงเลย

พระธาตุหลวง (Pha That Luang)
     พระธาตุหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาพุทธตั้งอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ ถูกสร้างขึ้นโดยบุรีจันอ้วยล้วย หรือพระเจ้าจันทบุรีศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก ตามตำนานเล่าว่า มีพระภิกษุลาวจำนวน 5 รูป เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย แล้วนำพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนที่เป็นหน้าอก) มาไว้ที่เวียนจันทน์ เจ้านครในสมัยนั้นจึงสั่งให้มีการสร้างพระธาตุขึ้นมาเพื่อบรรจุพระอุรังคธาตุไว้สำหรับกราบไหว้บูชา เริ่มแรกนั้นพระธาตุถูกสร้างด้วยหิน แต่ต่อมามีการสร้างเจดีย์ครอบองค์พระธาตุ และบริเวณรอบ ๆ องค์พระธาตุมีเจดีย์รายล้อมหลายองค์ ที่เจดีย์ถูกแกะสลักเป็นลวดลายพญานาค พระพุทธรูปปิดทองลายกลีบบัวประดับอยู่บนฐานปักษ์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรูปทรงของพระธาตุมีลักษณะคล้ายกับป้อมปราการ เพราะมีระเบียงล้อมรอบสูง สถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่มีคุณค่าทางจิตใจต่อคนลาวมากที่สุดก็ว่าได้ เสมือนเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งประเทศ
ความร่วมมือในกลุ่มประเทศสมาชิก
     ในระยะของการพัฒนาประเทศก่อนเข้าสู่การเป็นสมาชิกอาเซียนนั้น ประเทศลาวได้มีนโยบายที่แสดงให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาเซียนอย่างสำคัญ กล่าวคือ ประเทศลาวมีการปรับตัวนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในเชิงรุกให้สอดรับกับอาเซียน โดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 4 (2539-2543) ได้กำหนดให้ลาวต้องสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศตะวันตกมากขึ้น และอนุญาตให้เอกชนและนักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนได้เสรีในธุรกิจ ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนาด้านคมนาคมและการสื่อสาร โทรคมนาคม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาการค้าและอุตสาหกรรมของชาติ อีกทั้งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานราชการและกฎหมายให้สอดคล้องกับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมีระเบียบแบบแผนมากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับบริษัทต่างชาติในการเข้ามาลงทุนในลาว การเตรียมความพร้อมของบุคลากรรวมทั้งให้ความร่วมมือในการเตรียมพร้อมเพื่อการปฏิบัติตามพันธะข้อตกลงต่างๆ ของอาเซียน และการกำหนดภารกิจที่สำคัญหลังจากเข้าเป็นสมาชิกที่จะต้องเร่งดำเนินการทางการทูต โดยเปิดสถานทูตลาวอย่างเป็นทางการในประเทศสมาชิกอาเซียนให้ครบทุกประเทศ

     อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อพิจารณาในด้านบทบาทของประเทศลาวในฐานะส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและโลก จะพบว่า ประเทศลาวมีความโดดเด่นในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะน้ำและแร่ชนิดต่างๆ จึงพบว่าการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานน้ำ และเหมืองแร่ อีกทั้งประเทศลาวยังมีการเมืองที่มีเสถียรภาพ และมีค่าจ้างแรงงานค่อนข้างต่ำ ขณะเดียวกันก็พบอุปสรรคในการพัฒนา กล่าวคือ ประเทศลาวยังคงประสบปัญหาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ไม่พัฒนา การคมนาคมไม่สะดวก การให้บริการด้านสาธารณสุขยังไม่ทั่วถึงประชากรซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนประเทศลาวมีข้อจำกัดทางด้านภูมิศาสตร์ที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและภูเขา และไม่มีทางออกสู่ทะเล เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศลาวอย่างสำคัญ

     ประเทศลาวได้เล็งเห็นความสำคัญของความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน เพื่อช่วยกันประสานศักยภาพแต่ละประเทศสมาชิก ก่อให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของภูมิภาคโดยรวม ดังนั้น ลาวจึงสนับสนุนให้อาเซียนดำเนินการเพื่อเร่งรัดการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2558 โดยในปี พ.ศ.2554 รัฐบาลลาวได้วางแนวทางในการบริหารเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ก้าวสู่ความทันสมัย ด้วยประกาศนโยบายนำประเทศก้าวสู่ประเทศอุตสาหกรรมและความทันสมัย เพื่อให้ลาวสามารถบรรลุเป้าหมายการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ให้ได้โดยเร็ว โดยมีการปรับปรุงกฎหมายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจลาวในปี พ.ศ.2554-2558 เพื่อเตรียมรับกับการเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งหากศึกษาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและกฎหมายการลงทุนพบว่า ประเทศลาวให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และรับความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

     ด้านบทบาทการเป็นประธานอาเซียน การเป็นสมาชิกอาเซียนนับเป็นภาระที่หนักและยิ่งใหญ่สำหรับประเทศลาว นับตั้งแต่เริ่มเปิดประเทศและมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่างๆ ซึ่งลาวไม่เคยเข้าร่วมองค์กรระหว่างประเทศมาก่อน การเข้าร่วมประชุมอาเซียนในปัญหานานาชาติจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับลาว หลังการเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน ประเทศลาวในฐานะสมาชิกใหม่ ได้รับบทบาทสำคัญในเวทีอาเซียนโดยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 10 ณ กรุงเวียงจันทน์ ในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน พ.ศ.2547 นับเป็นครั้งแรกของประเทศลาวที่ได้ทำหน้าที่ในการจัดการประชุมระดับนานาชาติ โดยประเทศลาวได้จัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงถนนและการตกแต่งประดับประดาถนนสายหลักๆ อย่างสวยงาม เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมประชุม แสดงถึงความเป็นหน้าตาของประเทศลาวในฐานะเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดอาเซียน